การดูแลเท้าในผู้ป่วยเบาหวาน


การดูแลเท้าในผู้ป่วยเบาหวาน

การดูแลเท้าในผู้ป่วยเบาหวาน  พีที เนอร์สซิ่งโฮม ดูแลผู้สูงอายุ เชียงใหม่  สันป่าตอง

      การเกิดแผลที่เท้าในผู้ป่วยเบาหวานเกิดจากการที่ระดับน้ำตาลในเลือดสูง และการควบคุมระดับน้ำตาลไม่ดี ส่งผลให้เส้นเลือดที่ไปเลี้ยงเท้าเสื่อม กล้ามเนื้อเท้าอ่อนแรง การกระจายน้ำหนักเท้าผิดปกติ ทำให้เป็นแผลง่าย, เส้นเลือดที่ขาตีบ เลือดมาเลี้ยงเท้าลดลง ทำให้เป็นแผลแล้วหายยาก มีโอกาสถูกตัดขาได้ง่าย ซึ่งสามารถป้องกันได้ โดยการดูแลเท้าที่ถูกต้อง ดังนี้
 
1. สำรวจเท้าทุกวัน โดยเฉพาะบริเวณซอกนิ้วเท้า ถ้าก้มลงมองไม่สะดวกให้ใช้กระจกส่องดู ถ้ามีแผลหรืออักเสบแม้เพียงเล็กน้อย ให้ปรึกษาแพทย์ทันที
 
2.ทำความสะอาดเท้าทุกวันด้วยสบู่อ่อนและเช็ดเท้าให้แห้ง รวมทั้งบริเวณซอกนิ้วเท้าไม่ควรแช่เท้าในน้ำเกิน 5นาที และไม่ควรแช่เท้าในน้ำอุ่น
 
3.ถ้าผิวแห้งเกินไปหรือมีรอยแตกขุย ให้ทาวาสลินหรือโลชั่นทุกวัน แต่ไม่ควรทาบริเวณซอกนิ้วเท้า เนื่องจากทำให้ซอกนิ้วเท้าอับชื้น
 
4.ไม่ควรใช้อุปกรณ์ให้ความร้อน เช่น กระเป๋าน้ำร้อน วางที่เท้าโดยไม่ทดสอบอุณหภูมิก่อน
 
5.ไม่เดินเท้าเปล่า ควรใส่รองเท้าอยู่เสมอทั้งอยู่ในบ้านและนอกบ้าน ห้ามเดินเท้าเปล่าโดยเฉพาะบนพื้นร้อนๆ เช่น หาดทรายหรือพื้นซีเมนต์
 
6.หากมีอาการเท้าเย็นเวลากลางคืน ให้แก้ไขโดยการสวมถุงเท้า
 
7.เลือกสวมรองเท้าขนาดพอดี เหมาะกับรูปเท้า ตะเข็บน้อยและมีเชือกผูกสะดวกต่อการขยายขนาดเท้า หากเท้าบวม
 
8.ไม่ควรสวมรองเท้าที่ทำจากยางหรือพลาสติก เนื่องจากมีโอกาสเสียดสีเป็นแผลง่าย
 
9.ห้ามสวมรองเท้าแตะแบบที่ใช้นิ้วคีบสายรองเท้า
 
10.ถ้าเท้าชา ควรสวมรองเท้าหุ้มส้น
 
11.หากต้องสวมรองเท้าใหม่ ระยะแรกไม่ควรสวมรองเท้าใหม่เป็นเวลาหลายชั่วโมงต่อเนื่องกัน ควรใส่สลับกับรองเท้าเก่าสักระยะหนึ่ง จนกระทั่งรองเท้าใหม่มีความนุ่ม เข้ากับรูปทรงของเท้าได้ดี
 
12.ผู้ที่ต้องสวมรองเท้าหุ้มส้นทุกวันเป็นเวลาหลายชั่วโมงต่อเนื่องกัน ควรมีรองเท้าหุ้มส้นอีกหนึ่งคู่ใส่สลับกัน และควรผึ่งรองเท้าที่ไม่ได้สวมให้แห้ง เพื่อไม่ให้รองเท้าอับชื้นจากเหงื่อที่เท้า
 
13.สวมถุงเท้าก่อนสวมรองเท้าเสมอ เลือกใช้ถุงเท้าที่ไม่มีตะเข็บและทำจากผ้าฝ้าย หากมีตะเข็บให้กลับเอาด้านในออก ถุงเท้าต้องไม่รัดแน่นเกินไป และควรเปลี่ยนทุกวัน
 
14.สำรวจดูรองเท้าทั้งภายใน และภายนอกก่อนสวมทุกครั้ง ว่ามีสิ่งแปลกปลอมอยู่ในรองเท้าหรือไม่
 
15.การตับเล็บควรทำหลังล้างเท้า หรืออาบน้ำใหม่ๆ เพราะเล็บจะอ่อนและตัดง่าย ควรตัดเล็บแนวขวางเป็นเส้นตรงโดยให้ปลายเล็กเสมอปลายนิ้ว ห้ามตัดเล็บสั้นเกินไปจนลึกถึงจมูกเล็บ ห้ามตัดเนื้อเพราะอาจเกิดแผล และมีเลือดออก หากสายตาไม่ดีควรให้ผู้อื่นตัดเล็บให้
 
16.ห้ามตัดตาปลาหรือหนังที่ด้านแข็งด้วยตนเอง และห้ามใช้สารเคมีใดๆ ลอกตาปลาเอง
 
17.หลีกเลี่ยงการนั่งไขว่ห้าง โดยเฉพาะผู้ที่มีหลอดเลือดแดงที่ขาตีบ
 
18.คุมน้ำหนักตัวไม่ให้อ้วนเกินไป เพื่อลดแรงกดที่เท้า
 
19.ออกกำลังกายบริเวณขา และเท้าอย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อยวันละ 15นาที เพื่อให้เลือดไหลเวียนที่ขาดีขึ้น
 
20.ควรควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ปกติหรือใกล้เคียงปกติมากที่สุด
 
21.งดสูบบุหรี่ เพราะบุหรี่เป็นสาเหตุหนึ่งที่สำคัญที่ทำให้เส้นเลือดตีบ
 
22.หากพบว่ามีแผลแม้เพียงเล็กน้อย ให้ทำความสะอาดทันที และควรพบแพทย์โดยเร็ว

 


News Search

PT-nursinghome

สถานบริบาลดูแลผู้สูงอายุ มุ่งมั่นให้บริการและดูแลคนที่ท่านรัก ดุจญาติมิตรของเราเอง ด้วยประสบการณ์การทำงานและการบริการมากว่า 3 ปี พร้อมด้วยทีมงานแพทย์ พยาบาล ผู้ช่วยพยาบาล และผู้บริหารมืออาชีพ ท่านมั่นใจได้ว่า คนที่ท่านรัก จะไม่ถูกทอดทิ้งอย่างแน่นอน