การใส่สายให้อาหารทางหน้าท้องสู่กระเพาะอาหาร


การใส่สายให้อาหารทางหน้าท้องสู่กระเพาะอาหาร

การใส่สายให้อาหารทางหน้าท้องสู่กระเพาะอาหาร  พีทีเนอร์สซิ่งโฮม รับดูแลผู้สูงอายุ เชียงใหม่

ข้อบ่งชี้ในการทำ
 
1.ผู้ป่วยไม่สามารถรับประทานอาหารทางปากเองหรือได้แต่ไม่เพียงพอ
 
2. ผู้ป่วยที่ใส่สายอาหารทางจมูก เป็นเวลานาน
 
3. ผู้ป่วยทางโรคระบบประสาท เช่น อัมพฤกษ์อัมพาต ความจำเสื่อมหรืออุบัติเหตุทางสมอง
 
4. ผู้ป่วยโรคมะเร็งหลอดอาหารที่ระบบการย่อยดี
 
5. ผู้ป่วยที่มีปัญหาเรื่องการสำลักอาหาร
 
การเตรียมตัวเพื่อใส่สายให้อาหารทางหน้าท้อง
 
1.งดอาหาร และน้ำดื่ม ก่อนทำประมาณ 6-8 ชั่วโมงแลถ้าผู้ป่วยใส่สายให้อาหารทางจมูกอยู่ ต้องดูดอาหารที่เหลือค้าง ภายในกระเพาะอาหารให้หมดในรายที่มาเปลี่ยนสายให้อาหารควรงดอาหารอย่างน้อย 4 ชั่วโมง2. ผู้ที่เป็นโรคหัวใจ หรือ ความดันโลหิตสูง ที่ได้รับยาละลายลิ่มเลือด เช่น เฮพพารีน หรือแอสไพริน ต้องงดยาก่อนทำประมาณ 7 วัน
 
การดูแลผู้ป่วยหลังใส่สายให้อาหารทางหน้าท้อง
 
1. ผู้ป่วยควรนอนโรงพยาบาลเพื่อสังเกตอาการหลังทำอย่างน้อย 1-2วัน
 
2.หลังทำต้องงดอาหารผู้ป่วยต่ออีก 24 ชั่วโมง เพื่อสังเกตอาการผิดปกติ เช่น ภาวะเลือดออกไม่หยุด
 
3.สามารถเริ่มให้อาหารเหลวทางสายได้ เมื่อครบ 24 ชั่วโมง
 
4.ขณะให้อาหารควรให้ผู้ป่วยนอนหัวสูง30 องศา และเมื่อให้อาหารเสร็จให้นอนต่อไปอีก 30 นาที เพื่อป้องกันการสำลัก
 
5. สังเกตการรั่วซึมของอาหารและการติดเชื้อรอบแผล
 
6. ควรทำความสะอาดแผลด้วย น้ำเกลือ 70 %แอลกอฮอล์ หรือเบต้าดีน ปิดด้วยผ้าก๊อซปราศจากเชื้อ วันละ 1-2 ครั้ง จนแผลแห้งดี
 
7.หมุนตัวสายให้อาหาร 360 องศา วันละครั้งหลังทำแผลเพื่อป้องกันเนื้อเยี่อรอบๆรูเปิดยึดติดกับสายให้อาหาร
 
8.เมื่อแผลแห้งดีแล้ว ให้ทำความสะอาดวันละ1 ครั้ง หลังอาบน้ำ ด้วยไม้พันสำลีชุบน้ำเกลือหรือน้ำต้มสุก
 
9.สายให้อาหารไม่ควรงอพับมากเกินไป อาจทำให้สายแตกหักหรือเสื่อมสภาพก่อนกำหนด และการดึงรังนานๆ หรือสายแกว่งมากๆจะทำให้แผลกว้างขึ้นอาจเกิดรั่วซึมหลังให้อาหาร
 
10. การติดพลาสเตอร์ควรติดในลักษณะตั้งฉากกับหน้าท้อง
 
11. ควรบดยาให้ละเอียดก่อนให้ทางสายยาง และให้น้ำ 20-50 ซีซี ทุกครั้ง ก่อนและหลังให้ยา หรือให้อาหารเพื่อลดโอกาสที่สายจะอุดตัน
 
12.ควรทำความสะอาดลิ้นและฟันทุกวัน
 
13.ควรหมั่นตรวจสอบตำแหน่งของสายว่าอยู่ในตำแหน่งถูกต้อง เนื่องจากสายอาจจะเลื่อนเข้าไปใน กระเพาะมากเกินไปโดยดูจากตัวเลขที่กำหนดไว้
 
14.พิจารณาเปลี่ยนสายให้อาหารทุก 6-12 เดือน หรือตามความเหมาะสม
 
ภาวะแทรกซ้อน
 
1.ภาวะแทรกซ้อนที่เกิดขึ้นบ่อย มักเกิดในระยะแรกหลังทำ โดยจะเห็นผิวหนังสีแดง และบวมอักเสบ รอบๆสาย
 
2. เป็นเนื้อหนาที่เกิดขึ้นรอบๆสาย ทำให้มีเลือดหรือสิ่งคัดหลั่งซึมออกมา ควรป้องกันไม่ให้เกิดตั้งแต่ระยะแรก
 
3. หากผู้ป่วยดึงสายให้อาหารหลุด ควรรีบมาพบแพทย์ที่โรงพยาบาลใกล้บ้านเพื่อพิจารณาใส่สายใหม่หรือใส่สายให้อาหารทางจมูกต่อ
 
4. ผู้ป่วยจะท้องผูก เนื่องจากอาหารที่ให้ไม่มีเส้นใยอาจเพิ่มอาหารที่มีเส้นใย หากยังมีปัญหาควรปรึกษาแพทย์
 
5. ปัญหาท้องอืด คลื่นไส้ อาเจียน ซึ่งเกิดจากการให้อาหารเร็วหรือมากเกินไป แก้ไขโดยให้อาหารจำนวนน้อยและช้าๆ หรือให้แบบหยด หากยังมีปัญหาควรปรึกษาแพทย์

 


News Search

PT-nursinghome

สถานบริบาลดูแลผู้สูงอายุ มุ่งมั่นให้บริการและดูแลคนที่ท่านรัก ดุจญาติมิตรของเราเอง ด้วยประสบการณ์การทำงานและการบริการมากว่า 3 ปี พร้อมด้วยทีมงานแพทย์ พยาบาล ผู้ช่วยพยาบาล และผู้บริหารมืออาชีพ ท่านมั่นใจได้ว่า คนที่ท่านรัก จะไม่ถูกทอดทิ้งอย่างแน่นอน