สาเหตุที่ทำให้เกิดภาวะโภชนาการเกินในผู้สูงอายุ


สาเหตุที่ทำให้เกิดภาวะโภชนาการเกินในผู้สูงอายุ
ปัญหาโภชนาการในผู้สูงอายุ   พีที เนอร์สซิ่งโฮม รับดูแลผู้สูงอายุ เชียงใหม่  สันป่าตอง 
       ปัญหาโภชนาการในผู้สูงอายุที่พบบ่อย คือ การได้รับสารอาหารเกินความต้องการของร่างกายหรือภาวะโภชนาการเกิน และการได้รับสารอาหารน้อยกว่าความต้องการของร่างกายหรือภาวะโภชนาการต่ำ
 
สาเหตุที่ทำให้เกิดภาวะโภชนาการเกินในผู้สูงอายุ มีดังนี้
 
1. การเปลี่ยนแปลงของร่างกาย ได้แก่
 
       1.1 การรับประทานอาหารแคลอรี่ หรือไขมันสูง ผู้สูงอายุส่วนใหญ่มีปัญหาฟันผุรวมทั้งฟันไม่มี ซึ่งมีผลต่อการทำงานของระบบบกเคี้ยวอาหาร การเคี้ยวอาหารทำได้ลำบากส่งผลต่อการเลือกชนิดของอาหาร โดยหลีกเลี่ยงอาหารประเภทที่เคี้ยวยากที่เป็นพวกเส้นใย ซึ่งมีรายงานการศึกษาในผู้สูงอายุ ที่มีจำนวนฟันธรรมชาติลดลง มักรับประทานอาหารพวกแป้ง น้ำตาล อาหารที่มีโคเลสเตอรอลสูง หรืออาหารที่มีไขมันสูงเพิ่มขึ้น
 
       1.2 สัดส่วนขององค์ประกอบเนื้อเยื่อที่เปลี่ยนแปลงไปโดยพบว่าเนื้อเยื่อที่ปราศจากไขมันลดลงจะเปลี่ยนไปเป็นมวลกล้ามเนื้อไปเป็นมวลไขมันและกระจายตามบริเวณลำตัวมากขึ้น
 
       1.3 อัตราการเผาผลาญพลังงานขั้นพื้นฐานลดลง จะทำให้อันตรายการเผาผลาญพลังงานขั้นพื้นฐานลดลงประมาณ 5 เปอร์เซ็นต์ ทุก 10 ปี นับจากอายุประมาณ 20 – 25 ปี ประกอบกับผู้สูงอายุมักมีกิจกรรมต่างๆ ลดลง ทำให้ความต้องการพลังงานขั้นพื้นฐานลดลง ซึ่งถ้าผู้สูงอายุยังคงรับประทานอาหารเท่าเดิมตลอดเวลา น้ำหนักก็จะเพิ่มขึ้นได้
 
2. สาเหตุทางด้านจิตใจและพฤติกรรม การรับประทานอาหารมากเกินไปเกิดได้ตั้งแต่แรกเกิดจนชราภาพ พฤติกรรมการรับประทานอาหารของผู้สูงอายุขึ้นอยู่กับประสบการณ์ การรับประทานตอนเป็นทารกและพฤติกรรมการรับประทานอาหารของครอบครัว จะเลียนแบบพฤติกรรมการรับประทานอาหารของบิดามารดาเสมอ และบิดามารดาจะถ่ายทอดพฤติกรรมการรับประทานอาหารของตัวเองไปสู่ลูก ถ้าบิดามารดารับประทานอาหารมากและมีภาวะโภชนาการเกิน ลูกจะรับประทานอาหารมากและมีภาวะโภชนาการเกินตามไปด้วย นอกจากนี้ผู้สูงอายุที่เหงาว้าเหว่ ขาดความรักและเอาใจใส่ของครอบครัว มีความผิดหวังและความเครียด อาจใช้เรื่องการรับประทานอาหารเป็นสิ่งทดแทน ทำให้มีโอกาสเกิดภาวะโภชนาการเกินได้
 
3. พันธุกรรม กรรมพันธุ์มีความสัมพันธ์ต่อภาวะอ้วน มีรายงานการศึกษา พบว่า ร้อยละ 60 -70 ของผู้ที่อ้วนจะมีบิดาหรือมารดาคนใดคนหนึ่ง หรือทั้งบิดามารดาอ้วน โดยจะพบว่ามารดาอ้วนบ่อยกว่าบิดา แต่ถ้าบิดาไม่อ้วนเด็กจะมีโอกาสอ้วนไม่ถึงร้อยละ 10 แต่อย่างไรก็ตามว่าพันธุกรรมมีบทบาทสำคัญเกี่ยวกับภาวะอ้วนน้อยกว่าสิ่งแวดล้อม (สุรัตน์ โคมินทร์, 2544)
 
4. พยาธิสภาพและยาที่ได้รับ พยาธิสภาพต่างๆ และยาที่ได้รับสามรถทำให้เกิดภาวะอ้วนได้
ดังนี้
       
       4.1 ความผิดปกติของต่อมไร้ท่อ (ฮอร์โมน) เช่น เนื้องอกที่ตับอ่อนทำให้การสร้างอินซูลินมากเกินไป ทำให้น้ำตาลต่ำและหิวบ่อย กลุ่มอาการคุชชิ่งซึ่งเกิดจากเนื้องอกที่ต่อมหมวกไต(cushing’s syndrome) ต่อมไทรอยด์ทำงานน้อยไป (hypothyroidism) และการรับประทานฮอร์โมนเพื่อป้องกันและรักษากระดูกพรุน อาจทำให้ไขมันสะสมรอบตัวได้มากขึ้น
 
      4.2 ความผิดปกติของสมองส่วน Ventromedial hypothalamus ซึ่งเป็นศูนย์ควบคุมความอิ่ม (satiety center) เช่น การเกิดเนื้องอก carniopharyngioma หรือการติดเชื้ออักเสบบริเวณนี้ทำให้มีการกินอาหารมากผิดปกติ ทำให้อ้วนได้
 
      4.3 ยา ยาที่ใช้รักษาโรคหลายชนิดมีผลทำให้อ้วนได้ เช่น ยารักษาโรคจิตกลุ่มฟิโนไธอะซีน (pennothiazine derivatives) ยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตรียรอยด์ (non-steroidantiinflamatory drugs) ยาลดความดันโลหิต (antihypertensive) และยาในกลุ่มฮอร์โมน เป็นต้น
 
ผลกระทบของการมีภาวะโภชนาการเกิน
 
ภาวะโภชนาการเกินทำให้เกิดผลกระทบต่างๆ ดังนี้
 
1. ผลต่อสุขภาพ ในผู้ที่มีภาวะโภชนาการเกินจะมีอัตราการเจ็บป่วยและอัตราการตายสูงกว่าคนที่มีน้ำหนักตัวปกติ โดยการตายมักจะเกิดจากโรคเบาหวาน ระบบทางเดินอาหาร โรคหัวใจ อัมพาตและมะเร็ง นอกจากนี้ผู้ที่มีภาวะโภชนาการเกินทำให้เกิดโรคระบบต่างๆ มากขึ้น เช่น
 
       1.1 โรคเบาหวาน พบว่าอัตราเสี่ยงการเป็นโรคเบาหวาน ชนิดที่ไม่พึ่งฮอร์โมนอินซูลิน(NIDDM) จะเพิ่มขึ้น เมื่อ BMI เพิ่มขึ้น (Colditz, Willette, Stampfer, & et al., 1990)
 
       1.2 โรคนิ่วในถุงน้ำดี พบว่าอัตราเสี่ยงต่อการเป็นนิ่วในถุงน้ำดีในผู้หญิงจะสูงกว่าผู้ชาย ผู้หญิงที่มี BMI มากกกว่า 32 กก./ม2 จะมีอัตราเสี่ยงต่อการเป็นนิ่วในถุงน้ำดีสูงกว่าผู้หญิงที่มีBMI ต่ำกว่า 20 กก./ม2 ประมาณ 60 เท่า เนื่องจากมีการสร้างและขับโคเลสเตอรอล ออกมาทางน้ำดี
มากกว่าปกติ เนสเทล และคณะ (Nestel & et al.,1998) พบว่า ในผู้ที่มีภาวะโภชนาการเกินจะมีการสร้างคอเลสเตอรอล เพิ่มขึ้นวันละ 22 มก.ต่อกิโลกรัม ของเนื้อเยื่อไขมันที่เพิ่มขึ้น
 
       1.3 การทำงานของปอดน้อยลง ปอดบางส่วนขยายตัวไม่ดี เนื่องจากกล้ามเนื้อหน้าอกไม่สามารถยกน้ำหนักเนื้อเยื่อไขมันบริเวณหน้าอกได้ ทำให้หายใจลำบาก เหนื่อยหอบโดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าอยู่ในท่านอนหงาย ถ้าเป็นมากขึ้นคาร์บอนไดออกไซด์ในเลือดต่ำ มีอาการง่วงซึม และหายใจไม่เต็มปอด ทำให้หยุดหายใจ หมดสติและเสียชีวิตได้
 
      1.4 ความดันโลหิตสูง ผู้ที่มีภาวะโภชนาการเกิน มีโอกาสเป็นความดันโลหิตสูงได้มากกว่าผู้ที่มีภาวะโภชนาการปกติ เนื่องจากต้องส่งเลือดไปเลี้ยงร่างกายที่ใหญ่ขึ้น
 
      1.5 หลอดเลือดหัวใจตีบ พบว่า โรคเส้นเลือดหัวใจตีบเป็นสาเหตุการตายของคนอ้วน
 
       1.6 โรคของข้อ พบว่า ผู้ที่มีภาวะโภชนาการเกิน จะเพิ่มอัตราการเกิดโรคเก๊าท์และข้อเสื่อมได้
 
2. บุคลิกภาพและการยอมรับของสังคม ภาวะโภชนาการเกินมีผลต่อบุคลิกภาพความสวยงามและการยอมรับของสังคม ผู้ที่มีภาวะโภชนาการเกินมากๆ จะถูกมองว่าขี้เกียจ รับประทานอาหารเก่ง นอนเก่ง ทำอะไรเชื่องช้า ทำให้ไม่เป็นที่ยอมรับของสังคมการดูแลผู้สูงอายุที่มีภาวะโภชนาการเกินสิ่งที่สำคัญในการดูแลผู้สูงอายุที่มีภาวะโภชนาการเกิน คือ หาสาเหตุและการจัดการกับสาเหตุนั้นก่อน ก็จะทำให้น้ำหนักลดลงได้ดี พบว่าสาเหตุส่วนใหญ่มาจากพฤติกรรมการบริโภคนิสัยที่ไม่ถูกต้อง การมีกิจกรรมลดลง การควบคุมน้ำหนักไม่ให้เพิ่มขึ้นอีกเป็นสิ่งสำคัญในผู้ที่มีภาวะโภชนาการเกินจำเป็นต้องมีความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับชนิดของอาหารที่รับประทานและจำนวนอาหารที่รับประทานในแต่ละวันและหากเกิดภาวะโภชนาการเกินแล้วจำเป็นต้องปรับและควบคุมบริโภคนิสัยของผู้สูงอายุโดยต้องเริ่มด้วยการลดพลังงานของอาหารที่รับประทานเป็นประจำลง จากเดิม 500 – 1000 แคลอรี่แบ่งอาหารให้กระจายพอๆ กันทั้งวัน ไม่ควรงดอาหารระหว่างมื้อ ลดการบริโภคอาหารที่มีไขมันอิ่มตัวโดยไม่ควรเกิน 20 – 30% ของพลังงานทั้งวัน เนื่องจากไขมันมีพลังงานสูง (1 กรัม ให้พลังงาน 9 กิโลแคลอรี่) รับประทานอาหารโปรตีนประมาณ 5% ของพลังงานทั้งวัน ลดอาหารกลุ่มที่มีน้ำตาลเชิงเดี่ยว(simple sugar) เนื่องจากอาหารกลุ่มนี้จะกระตุ้นความอยากอาหาร ควรรับประทานอาหารพวกผักผลไม้ และอาหารที่มีกากใยสูง (วิทยา ศรีมาดา และศักดิ์ชัย ปาละวัฒน์, 2540; สุรัตน์ โคมินทร์, 544)ผนวกกับหาวิธีเพิ่มการเผาผลาญสารอาหารให้มากขึ้น โดยการออกกำลังกายอย่างน้อย 3 ครั้ง ต่อสัปดาห์ อย่างน้อย 30 นาที ผู้สูงอายุที่มี BMI มากกว่า 30 กก./ม2 ควรได้รับการดูแลจากแพทย์ในการลดน้ำหนัก และดูแสุขภาพปัญหาที่เกิดขึ้น ผู้สูงอายุที่มีภาวะโภชนาการเกินที่ไม่มีปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ ร่วมด้วยและควรรับประทานอาหารให้มีความสมดุลและให้ผู้สูงอายุเปลี่ยนนิสัยในการรับประทานอาหารโดยให้เคี้ยวอาหารช้าๆ และไม่รับประทานอาหารก่อนนอน

 


News Search

PT-nursinghome

สถานบริบาลดูแลผู้สูงอายุ มุ่งมั่นให้บริการและดูแลคนที่ท่านรัก ดุจญาติมิตรของเราเอง ด้วยประสบการณ์การทำงานและการบริการมากว่า 3 ปี พร้อมด้วยทีมงานแพทย์ พยาบาล ผู้ช่วยพยาบาล และผู้บริหารมืออาชีพ ท่านมั่นใจได้ว่า คนที่ท่านรัก จะไม่ถูกทอดทิ้งอย่างแน่นอน