ข้อแนะนำในการดูแลสุขภาพช่องปากผู้สูงอายุที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้


ข้อแนะนำในการดูแลสุขภาพช่องปากผู้สูงอายุที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้
ข้อแนะนำในการดูแลสุขภาพช่องปากผู้สูงอายุ ที่ช่วยเหลือตนเองไม่ได้  พีที เนอร์สซิ่งโฮม ดูแลผู้สูงอายุ เชียงใหม่ สันป่าตอง
 
    ในผู้สูงอายุที่ช่วยเหลือตนเองได้น้อย หรือผู้สูงอายุที่ช่วยเหลือตนเองไม่ได้ ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ ต้องนอน หรือนั่งอยู่กับที่ หรือมีภาวะป่วยทางจิต ที่ไม่สามารถดูแลตนเองได้ จำเป็นต้องมีผู้ช่วยเหลือ ดูแลสุขภาพช่องปากให้ ซึ่งการดูแลช่องปากสามารถทำได้ใน 2 ลักษณะ คือ
 
การดูแลเพื่อการคงสุขภาพช่องปากที่ดี และป้องกันโรค
1.โดยการแปรงฟัน การทำความสะอาดช่องปาก มีจุดมุ่งหมาย เพื่อ
 
     1.ให้ผู้สูงอายุรู้สึกช่องปากสะอาดสดชื่น ทำให้รู้สึกอยากรับประทานอาหารเพิ่มขึ้น
     2.ป้องกันการเกิดแผล และลดการติดเชื้อในช่องปาก เช่น เชื้อรา ซึ่งอาจมีผลต่อความรุนแรงของโรคทางร่างกาย
     3.ลดความเสี่ยงต่อการเกิดรอยโรค เช่น ฟันผุ ปริทันต์
     4.ลดความเจ็บปวด หรือความรู้สึกไม่สบาย เพราะการเจ็บปวด ไม่ว่าด้วยสาเหตุใดก็ตาม จะส่งผลต่อระบบการทำงานของร่างกาย ความวิตกกังวล ซึมเศร้า และรู้สึกโดดเดี่ยวทางจิตใจ
 
 2.การดูแลเพื่อการฟื้นฟูสุขภาพช่องปาก โดยการช่วยบริหารกล้ามเนื้อใบหน้า ลิ้น และต่อมน้ำลาย เพื่อช่วยฟื้นฟูประสิทธิภาพการกลืน การพูด การแสดงความรู้สึกทางใบหน้า รวมถึงกระตุ้นการผลิตน้ำลาย
 
1.  การดูแลเพื่อการคงสุขภาพช่องปากที่ดี และป้องกันโรค
     - กรณีผู้สูงอายุสามารถจับแปรง และเคลื่อนไหวมือได้ ควรให้ผู้สูงอายุแปรงฟันเอง หรือช่วยจับมือ เพื่อให้ผู้สูงอายุรู้สึกว่า ตนเองมีความสามารถ มีอิสระอยู่ แต่อาจช่วยหาอุปกรณ์ที่ทำให้จับด้ามแปรงได้ถนัดมือยิ่งขึ้น หรือใช้แปรงสีฟันไฟฟ้า (รายละเอียด ในบทการดูแลช่องปากทั่วไป)
     - กรณีผู้สูงอายุไม่สามารถช่วยเหลือ เคลื่อนไหวตัวเองได้ แต่ยังรับรู้ได้ จะช่วยดูแลช่องปากได้ดังนี้
 
การช่วยแปรงฟัน
ต้องยกศีรษะผู้สูงอายุขึ้น เพื่อกันการสำลัก โดยให้ผู้สูงอายุอยู่ในท่าครึ่งนั่งครึ่งนอน โดยอาจใช้หมอนหนุนบนเตียง หรือถ้าผู้สูงอายุศีรษะไม่นิ่ง ควรให้ผู้สูงอายุนั่ง ให้ศีรษะพิงผู้ดูแล ซึ่งยืนอยู่ด้านหลังก็ได้
 
1.วิธีช่วยแปรงฟัน
 
     -.เริ่มด้วยการให้ผู้สูงอายุจิบน้ำเล็กน้อย เพื่อให้ช่องปากมีความชื้น
     -.ใช้แปรงสีฟันขนอ่อน และยาสีฟันผสมฟลูออไรด์เล็กน้อยแปรงฟัน และเหงทือกเบาฟ โดยจับมือผู้สูงอายุแปรง หรือแปรงให้ ให้ครบทุกซี่ แต่ควรระวังอย่าใช้แปรงขนาดใหญ่ หรือสอดเข้าไปในด้านลำคอลึกเกินไป เพราะอาจทำให้อาเจียน
     -.หยุดพักให้ผู้สูงอายุบ้วนน้ำลาย หรืออมน้ำเล็กน้อย บ้วนลงในชามอ่างใบเล็ก ก่อนแปรงต่อ สลับการหยุดพัก 2-3 ครั้ง
     -.อาจใช้น้ำยาบ้วนปากชนิดผสมฟลูออไรด์ อมบ้วนปากกรณีที่มีฟันเหลืออยู่ในปาก เพื่อป้องกันฟันผุ สำหรับน้ำยาบ้วนปากผสมคลอเฮกซิดีน หรือแบบฆ่าเชื้อโรค ก่อนใช้ควรปรึกษาทันตบุคลากร
 
2. การดูแลริมฝีปาก ควรดูแลริมฝีปาก โดยเฉพาะมุมปากไม่ให้แห้ง มีรอยแตกเป็นแผล โดยการทาวาสลินหลังแปรงฟัน หลังรับประทานอาหาร
3. ดูแลภายในช่อวปากให้ชุ่มชื้น ถ้าช่องปากแห้ง ควรให้จิบน้ำอุ่น
4. กรณีใส่ฟันปลอม ควรมีการถอดออกทำความสะอาดทั้งฟันปลอม และช่องปากของผู้สูงอายุทุกครั้ง หลังรับประทานอาหาร
 
- กรณีผู้สูงอายุช่วยเหลือตนเองไม่ได้ และไม่รับรู้
 
- สามารถช่วยทำความสะอาดช่องปากได้ โดยใช้ไม้กดลิ้นเปิดช่องปากผู้สูงอายุ ใช้ปากคีบคีบผ้าก๊อส สำลี ที่ชุบน้ำหมาดๆ เช็ดฟัน ลิ้น เหงือก กระพุ้งแก้ม ให้ทั่ว หรือใช้นิ้วพันผ้านุ่มชุบน้ำหมาด เช็ดในปากให้ทั่วก็ได้
 
- นอกจากนี้ ผู้ดูแลควรจะสังเกตความผิดปกติอื่นๆ ในช่องปากผู้สูงอายุ ขณะทำความสะอาดด้วย โดยดูว่า
 
     -ฟันปลอมของผู้สูงอายุที่ใส่อยู่หลวม หรือเสื่อมสภาพแตกหักไปบางส่วน บาดเนื้อเยื่อในช่องปากเป็นแผลหรือไม่ มีการอักเสบบริเวณใต้ฟันปลอมหรือไม่
     -ตรวจดูในปากว่า มีรอยโรคลักษณะอื่นๆ เช่น ฝ้าขาว แผล เนื้องอกเป็นก้อนที่ผิดปกติ เชื้อราหรือไม่ ถ้าสงสัยให้ปรึกษาเจ้าหน้าที่สาธารณสุข หรือทันตบุคลากร เพื่อทำการรักษาต่อไป
 
2.การดูแลเพื่อฟื้นฟูสุขภาพช่องปาก
 
การช่วยบริหารเพื่อการฟื้นฟูสุขภาพช่องปากผู้สูงอายุ
 
     -กรณีผู้สูงอายุสามารถเคลื่อนไหวศีรษะ กล้ามเนื้อใบหน้า และเคลื่อนไหวมือได้ สามารถบริหารกล้ามเนื้อใบหน้า ลิ้น และต่อมน้ำลาย ตามขั้นตอนในข้อแนะนำทั่วไป ในการดูแลสุขภาพช่องปากผู้สูงอายุ
     -กรณีผู้สูงอายุไม่สามารถเคลื่อนไหว หรือช่วยเหลือตนเองได้
                -การบริหารกล้ามเนื้อใบหน้า ผู้ดูแลจะเป็นผู้ปฏิบัติให้ โดย
                      1. ให้ผู้สูงอายุหลับตา วางนิ้วมือทั้ง 2 ข้าง ที่เปลือกตา จากนั้นเคลื่อนนิ้วมือไปรอบๆ อย่างนุ่มนวล
                      2. จับบริเวณกลาง ซ้าย ขวา ซึ่งเป็นกล้ามเนื้อรอบริมฝีปาก บนและล่าง โดยใช้นิ้วมือ แล้วปล่อยมือ 10 วินาที
                      3. ดึงแก้ม โดยดึงทั้งฝั่งซ้ายขวา ปล่อยมือ 10 วินาที จากนั้นดึงแกิ้มขึ้นเล็กน้อย ขยับไปซ้ายขวาปล่อยมือ 10 วินาที
 
การบริหารกล้ามเนื้อลิ้น กรณีที่ไม่สามารถทำได้ด้วยตนเอง ผู้ดูแลจะเป็นผู้ปฏิบัติให้ โดย
 
1.ทำก่อนรับประทาอาหาร
2.ใช้ผ้าก๊อซดึงลิ้น แล้วขยับไปข้างหน้า ทางซ้าย และขวา ใช้เวลาประมาณ 10 วินาที ทำซ้ำ 3 ครั้ง
3.ช่วยให้การเคลื่อนไหวของลิ้น และการหลั่งน้ำลายดีขึ้น
 
 

News Search

PT-nursinghome

สถานบริบาลดูแลผู้สูงอายุ มุ่งมั่นให้บริการและดูแลคนที่ท่านรัก ดุจญาติมิตรของเราเอง ด้วยประสบการณ์การทำงานและการบริการมากว่า 3 ปี พร้อมด้วยทีมงานแพทย์ พยาบาล ผู้ช่วยพยาบาล และผู้บริหารมืออาชีพ ท่านมั่นใจได้ว่า คนที่ท่านรัก จะไม่ถูกทอดทิ้งอย่างแน่นอน