ข้อแนะนำในการดูแลสุขภาพช่องปากผู้สูงอายุที่มีโรคทางระบบ


ข้อแนะนำในการดูแลสุขภาพช่องปากผู้สูงอายุที่มีโรคทางระบบ
ข้อแนะนำในการดูแลสุขภาพช่องปากผู้สูงอายุที่มีโรคทางระบบ  พีที เนอร์สซิ่งโฮม ดูแลผู้สูงอายุ 
 
       ผู้สูงอายุที่มีโรคทางระบบบางโรค ที่สำคัญ ได้แก่ เบาหวาน จะมีการเปลี่ยนแปลงสุขภาพช่องปาก ที่สัมพันธ์กับโรคชัดเจน จำเป็นต้องได้รับคำแนะนำเฉพาะ ในการดูแลสุขภาพช่องปาก เพื่อคงการมีสุขภาพช่องปากที่ดี
 
ลักษณะในช่องปากผู้สูงอายุโรคเบาหวาน
 
       โรคในช่องปากเป็นภาวะแทรกซ้อนสำคัญอันดับ 6 ของโรคเบาหวานที่ควบคุมได้ จะทำให้เกิดการทำลายเนื้อเยื่อของเหงือก และกระดูกเบ้าฟัน เกิดภาวะเหงือกอักเสบ ฟันโยก และในขณะเดียวกัน ถ้าดูแลช่องปากไม่ดี มีการติดเชื้อของเหงือก ก็จะมีผลทำให้ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดยากด้วย (รายละเอียดในบทที่ 2 ปัจจัยที่มีผลต่อความผิดปกติ และรอยโรคในช่องปาก)
 
ดังนั้น การให้คำแนะนำในการดูแลสุขภาพร่างกาย และช่องปากที่เหมาะสม จะสามารถช่วยให้ผู้ป่วยเบาหวาน ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ดี ลดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงทั้งระยะสั้น และยาวได้
 
การดูแลสุขภาพช่องปาก ในผู้สูงอายุโรคเบาหวาน
 
        ผู้ป่วยเบาหวานถึงรู้ข้อมูล และพึงตระหนักว่า ตนเองมีภาวะเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนในช่องปากได้ง่าย ตามที่กล่าวข้างต้น แต่สามารถป้องกัน และลดภาวะแทรกซ้อนต่างๆ ได้โดย
 
     - การดูแลอนามัยช่องปากที่ดี เช่น การดูแลความสะอาดของฟันเหงือก ฟันปลอมที่ถูกต้อง
     - การควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้คงที่สม่ำเสมอ โดยควบคุมอาหารหวาน หมั่นออกกำลังกาย ีรับประทานยา และตรวจเช็คตามที่แพทย์กำหนด
     - การลดพฤติกรรมเสี่ยง เช่น การสูบบุหรี่ เพราะสารนิโคติน และความร้อนจากการเผาไหม้จะเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคปริทันต์ และการสูญเสียฟัน
     - การได้รับการตรวจ คัดกรอง หาความผิดปกติของช่องปาก จากทันตแพทย์ทุก 6 เดือน กรณีไม่มีฟันในช่องปาก ควรพบทันตแพทย์ทุก 12 เดือน เพื่อตรวจเฝ้าระวังความผิดปกติของเนื้อเยื่อในช่องปากด้วย
 
นอกจากนี้ อาจบริหารกล้ามเนื้อใบหน้า ลิ้น และนวดต่อมน้ำลาย เพื่อกระตุ้นการทำงานช่องปาก ให้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น (รายละเอียดใน ข้อแนะนำทั่วไป ในการดูแลสุขภาพช่องปากผู้สูงอายุ)
 
การเข้ารับบริการทันตกรรมของผู้สูงอายุเบาหวาน
 
     1.ผู้ป่วยเบาหวานที่มีการคุมระดับน้ำตาลในเลือดอย่างดี สามารถรับบริการทันตกรรมได้ทุกชนิด ยกเว้น กรณีมีโรคแทรกซ้อน ควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับบริการ
     2.การนัดหมายเวลารักษาทางทันตกรรม ควรเป็นช่วงที่ผู้ป่วยได้รับอินซูลินแล้ว ตั้งแต่ 30 นาที จนถึง 8 ชั่วโมง แล้วแต่ชนิดของอินซูลิน ส่วนใหญ่แนะนำให้รับบริการช่วงเช้า
     3.รับประทานอาหารให้เรียบร้อย ตามมื้อปกติ
     4.ไม่ควรให้ผู้ป่วยเครียดก่อนมารับบริการ เพราะจะกระตุ้นให้เกิดน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น
     5.ถ้าผู้ป่วยมีการตรวจวัดน้ำตาลด้วยตนเองอยู่แล้ว ให้ผู้ป่วยนำอุปกรณ์ที่ใช้วัดมาด้วย
 
ข้อแนะนำในการดูแลสุขภาพช่องปากผู้สูงอายุ ที่ได้รับรังสีรักษา และ/หรือ เคมีบำบัด
 
ผลข้างเคียงของการบำบัดโรคมะเร็งด้วยรังสีรักษา และ/หรือ เคมีบำบัด อาจทำให้เกิดอาการในช่องปาก ดังนี้
 
    1. ช่องปากแห้ง ตึง เนื่องจากต่อมน้ำลายฝ่อลีบ ผลิตน้ำลายน้อยลง การไหลของน้ำลายลดลง น้ำลายเหนียวข้น กลืนลำบาก เนื้อเยื่อต่างๆ ระคายเคือง เป็นแผล มีอาการปวดแสบปวดร้อนได้ง่าย อาจพบแผลมุมปากร่วมด้วย
    2. มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อในช่องปาก โดยเฉพาะเชื้อรา และการติดเชื้อทางระบบได้ง่าย
    3. ฟันผุง่ายครั้งละหลายซี่ เนื่องจากไม่มีน้ำลายช่วยชะล้างอาหาร หรือช่วยปรับสมดุลภาวะกรด-ด่าง ในช่องปาก ทำให้ฟันเกิดการสูญเสียแร่ธาตุง่าย และเร็วกว่าปกติ
   4. ลิ้นอาจบวมแตก แห้ง หรือมีอาการปวดแสบ ปวดร้อน ความสามารถในการรับรสชาติเปลี่ยนไป
   5. การเคลื่อนไหวของขากรรไกรลดลง ทำให้ความสามารถในการเคี้ยว การพูด ลดลง
 
การดูแลสุขภาพช่องปากผู้สูงอายุ ที่ได้รับรังสีรักษา และ/หรือ เคมีบำบัด
 
ผู้สูงอายุที่ได้รับรังสีรักษา และ/หรือ เคมีบำบัด พึงดูแลสุขภาพช่องปากตนเอง เพื่อลดความไม่สบาย และลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคในช่องปาก ดังนี้
 
1. ควรดูแลความสะอาดช่องปากอย่างถูกต้อง สม่ำเสมอ โดยการแปรงฟันด้วยยาสีฟันฟลูออไรด์อย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง ในผู้ป่วยบางคน อาจมีปัญหาทนต่อกลิ่น รส ของยาสีฟันเดิมไม่ได้ ก็ควรเลือกยาสีฟันใหม่ ที่ยังคงมีฟลูออไรด์ และไม่ระคายเคืองต่อเนื้อเยื่อ รวมทั้งควรทำความสะอาดซอกฟัน ด้วยการใช้ไหมขัดฟัน หรือแปรงซอกฟัน
2. ควรสร้างเสริมความแข็งแรงของตัวฟัน ด้วยการใช้น้ำยาบ้วนปากฟลูออไรด์ หรือใช้ฟลูออไรด์เจลที่บ้านทุกวัน (1.1% NaFGel หรือ 0.4% Unflavored standard Fgel) นอกเหนือจากการใช้ยาสีฟันฟลูออไรด์ สม่ำเสมิ เพื่อกระตุ้นการกลับคืนแร่ธาตุไปยังผิวฟัน เพื่อทำให้ฟันผุเกิดช้าลง ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นมากสำหรับผู้ป่วยกลุ่มนี้
3. อมบ้วนปากด้วยสารละลายเบคกิ้งโซดา และเกลือ (solution of baking soda and salt) แล้วบ้วนตามด้วยน้ำเปล่า จะช่วยลดอาการ คลื่นไส้ อาเจียน หลังการรักษา (การผสมสารละลายแบคกิ้งโซดา และเกลือ ทำได้โดย ใช้ำน้ำอุ่น 1 แก้ว ผสมกับเบคกิ้งโซดา ¼ ช้อนชา และเกลือ 1/8 ช้อนชา คนให้เข้ากัน)
4. กรณีที่มีอาการปากแห้ง น้ำลายแห้ง ควรจิบน้ำอุ่นๆ เพื่อช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับช่องปาก หรือเคี้ยวหมากฝรั่ง เคี้ยวพาราฟิน เพื่อกระตุ้นการหลั่งน้ำลาย
5. ควรเลือกรับประทานอาหารให้เหมาะสม ควรเป็นอาหารที่มีความนุ่ม ชื้น โดยเฉพาะ ถ้ามีแผลในปาก อาหารต้องไม่แห้งแข็ง และควรลดอาหารพวกแป้ง น้ำตาล ที่เป็นสาเหตุของฟันผุ
6. หลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยง เช่น การสูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์
7. ควรรับบริการตรวจ ป้องกัน จากทันตบุคลากร ทุก 4 เดือน โดยการเคลือบฟลูออไรด์เจล การใช้ฟลูออไรด์วานิชทาบริเวณรอยผุ ีรวมทั้งรับการรักษาเมื่อเกิดรอยโรค
 
นอกจากนี้ อาจบริหารกล้ามเนื้อใบหน้า ลิ้น และนวดต่อมน้ำลาย เพื่อกระตุ้นการหลั่งน้ำลาย และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของช่องปาก (รายละเอียดใน ข้อแนะนำทั่วไป ในการดูแลสุขภาพช่องปากผู้สูงอายุ)
 
การเข้ารับบริการทันตกรรม
 
     ในผู้ที่อยู่ในช่วงของการได้รับรังสีรักษา และผู้ที่ได้รับการฉายรังสีแล้ว สามารถรับบริการทันตกรรมพื้นฐาน ที่ไม่ใช่การถอนฟัน หรือทำศัลยกรรมช่องปากได้ แต่ทางที่ดี เมื่อรู้ว่าจำเป็นต้องได้รับรังสีรักษา ควรไปตรวจ และรับบริการทันตกรรมให้เรียบร้อยก่อน

News Search

PT-nursinghome

สถานบริบาลดูแลผู้สูงอายุ มุ่งมั่นให้บริการและดูแลคนที่ท่านรัก ดุจญาติมิตรของเราเอง ด้วยประสบการณ์การทำงานและการบริการมากว่า 3 ปี พร้อมด้วยทีมงานแพทย์ พยาบาล ผู้ช่วยพยาบาล และผู้บริหารมืออาชีพ ท่านมั่นใจได้ว่า คนที่ท่านรัก จะไม่ถูกทอดทิ้งอย่างแน่นอน