การฟื้นฟูสมรรถภาพทางกายภาพบำบัดในผู้ป่วยที่บาดเจ็บกระดูกคอ ระดับc1-c4


การฟื้นฟูสมรรถภาพทางกายภาพบำบัดในผู้ป่วยที่บาดเจ็บกระดูกคอ ระดับc1-c4

การฟื้นฟูสมรรถภาพทางกายภาพบำบัดในผู้ป่วยที่บาดเจ็บกระดูกคอ ระดับc1-c4

            ผู้ป่วยที่มีการบาดเจ็บไขสันหลังระดับนี้จะมีอาการอัมพาตหรืออ่อนแรงของกล้ามเนื้อลำตัว แขนขาทั้งสองด้าน  สามารถเคลื่อนไหวกล้ามเนื้อใบหน้าและคอ จิบน้ำได้ เคี้ยวอาหารและเป่าลมได้

           ปัญหาสำคัญในผู้ป่วยระดับนี้คือ ประสิทธิภาพในการหายใจและการไอของผู้ป่วยลดลงเนื่องจาก กล้ามเนื้อที่ใช้ในการหายใจไม่สามารถทำงานได้โดยเฉพาะระดับ c1-c3 ที่เหลือกล้ามเนื้อที่ทำหน้าที่ยักไหล่  บริเวณคอช่วยในการหายใจเท่านั้น ทำให้ผู้ป่วยไม่สามารถหายใจเองได้ จำเป็นต้องใช้เครื่องช่วยหายใจตลอดเวลา  ทำให้พูดสื่อสารกับคนอื่นลำบาก สำหรับการบาดเจ็บไขสันหลัง ระดับ c4  กล้ามเนื้อกระบังลม ยังสามารถทำงานได้ บางรายจึงสามารถ wean off เครื่องช่วยหายใจได้ 

           ผู้ป่วยบาดเจ็บไขสันหลังระดับนี้  สามารถช่วยเหลือตัวเองได้น้อยมาก จำเป็นต้องมีคนดูแลช่วยเหลือในการเคลื่อนไหวและทำกิจวัตรประจำวัน  เช่น การพลิกตัว การย้านตัวจากเตียง  ต้องมีคนช่วยอุ้ม หรือ อุปกรณ์ช่วยยกตลอดเวลา  ผู้ป่วยบางรายสามารถใช้อุปกรณ์พิเศษที่ควบคุมด้วยปาก ทำให้สามารถช่วยเหลือตัวเองได้บ้าง  เช่น อ่านหนังสือ พิมพ์ดีด ใช้คอมพิวเตอร์  ในประเทศที่มีความก้าวหน้าในทางวิชาการ และเศรษฐกิจ  สามารถหาอุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่ใช้เทคโนโลยี ระดับสูง ที่เรียกว่า enviromrnt control system  ซึ่งสามารถสั่งการด้วยเสียง  เพื่อควบคุมอุปกรณ์เครื่องใช้ในห้อง  เช่น ปิดเปิดประตู  รับโทรศัพท์ ปิดเปิดโทรทัศน์ เป็นต้น 

           การกายภาพบำบัดในผู้ป่วยระดับนี้จะเน้นการป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่จะเกิดขึ้นกับระบบหายใจและระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ รวมทั้งการสร้างเสริมความสามารถในการช่วยเหลือตัวเอง ซึ่งต้องให้ความรู้กับผู้ป่วยและญาติหรือผู้ดูแลควบคู่กันไป 

          1.การทำ chest therapy เพืื่อระบายเสมหะออกจากปอด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการหายใจ  เพิ่มปริมาตรปอดและการขยายตัวของทรวงอก เพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อในการหายใจ  รวมทั้งการให้ความรู้ในการดูแลระบบหายใจ แก่ผู้ป่วยและญาติ  โดยวิธีการ คือ การช่วยพลิกตะแคงตัวเปลี่ยนทุกๆ 2 ชั่วโมง การจัดท่าเพื่อระบายเสมหะ  การเคาะปอด  การช่วยการไอ  และการดูดเสมหะ

          การจัดท่าระบายเสมหะ  ส่วนใหญ่จะใช้ท่าประยุกต์ด้วยการนอนตะแคง ศีรษะราบ เพราะผู้ป่วยไม่สามารถทนต่อการนอนศีรษะต่ำ เนื่องจากอวัยวะในช่องท้องจะดันกระบังลมให้สูงทำให้หายใจลำบาก

          2. การช่วยไอ เพราะการไอเป็นการช่วยขับเสมหะในผู้ป่วยระดับนี้ ไม่มีกำลังกล้ามเนื้อหน้าท้อง ซึ่งสำคัญมากต่อการหายใจ  จำเป็นต้องใช้แรงจากภายนอกช่วย  โดยใช้มือกดหน้าท้องในจังหวะหายใจออกเพื่อเพิ่มแรงดันในช่องท้องและช่องอก ช่วยขับเสมหะออก

วิธีที่1 วางมือที่ทรวงอกส่วงล่างทั้งสองข้าง ท่อนแขนวางพาดบนซี่โครงด้านล่าง ขณะที่ผู้ป่วยพยายามไอ ให้แรงกดบนทรวงอกในทิศทาง inwardและupward

วิธีที่2 วางฝ่ามือทั้งสองข้างบนทรวงอก  ข้อศอกเหยียดตรงขณะผู้ป่วยพยามยามไอ ให้แรงกดบนทรวงอกในทิศทาง inward และ upward

 

การออกกำลังกล้ามเนื้อที่ใช้ในการหายใจ แม้ว่าผู้ป่วยบาดเจ็บไขสันหลังระดับc4 ลงมาจะสามารถใช้กล้ามเนื้อกระบังลมช่วยในการหายใจ ได้พอเพียงขณะพัก แต่ยังมีความจำเป็นต้องฝึกให้กล้ามเนื้อมีความแข็งแรงและทนทานมากชึ้น เพื่อใช้ในภาวะที่ร่างกายผู้ป่วยต้องการออกซิเจนมากขึ้น นอกจากนี้การออกกำลังกายยังมีความจำเป็นในผู้ป่วยที่ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจเป็นเวลานาน เพราะมีการฝ่อลีบของกล้ามเนื้อกระบังลม จากการไม่ได้ใช้งานได้

        3. การยึดกล้ามเนื้อเพื่อคงช่วงการเคลื่อนไหวของข้อต่อ  เป็นการป้องกันไม่ให้เกิดกล้ามเนื้อหดสั้นหรือข้อติด  จากการที่ผู้ป่วยไม่สามารถเคลื่อนไหวเองได้และต้องนอนนานๆ โดยทำวันละ 1-2 รอบ การออกกำลังกายต้องออกทุกๆข้อต่อ เป็นประจำทุกวัน 

           4.การออกกำลังกายเพื่อเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ  ที่เหลืออยู่ของผู้ป่วย คือกล้ามเนื้อรอบคอ  ในท่าที่ผู้ป่วยออกกำลังกายในท่า ก้มคอ เงยคอ โดยมีแรงต้านจากภายนอก  ระวังไม่เรื่องกลั้นหายใจหรือ ออกแรงเกร็งมากมากเกินไป ท่าละ 5-10 ครั้ง ต่อ1รอบ  ทำ 2-3 รอบต่อวัน

        5.การจัดท่าทางเพื่อป้องกันการเกิดแผลกดทับและป้องกันข้อติด

ด้วยความปรารถนาดี  จากพีที เนอร์สซิ่งโฮม  ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ เชียงใหม่ สันป่าตอง 

 


News Search

PT-nursinghome

สถานบริบาลดูแลผู้สูงอายุ มุ่งมั่นให้บริการและดูแลคนที่ท่านรัก ดุจญาติมิตรของเราเอง ด้วยประสบการณ์การทำงานและการบริการมากว่า 3 ปี พร้อมด้วยทีมงานแพทย์ พยาบาล ผู้ช่วยพยาบาล และผู้บริหารมืออาชีพ ท่านมั่นใจได้ว่า คนที่ท่านรัก จะไม่ถูกทอดทิ้งอย่างแน่นอน