การพยาบาลผู้สูงอายุที่มีภาวะซีด


การพยาบาลผู้สูงอายุที่มีภาวะซีด

การพยาบาลผู้สูงอายุที่มีภาวะซีด

สาเหตุของภาวะซีดในผู้สงอายุ
         
         ภาวะซีดโดยทั่วไปมีสาเหตุหลักๆ 3 ประการคือ 1) การสร้างเม็ดเลือดแดงลดลง 2) การทําลายเม็ดเลือดแดงมากขึ้นและ 3) เสียเลือด สําหรับภาวะซีดที่พบในผู้สูงอายุสาเหตุส่วนใหญ่มักเกิดจากการสร้างเม็ดเลือดแดงลดลงหรือมีการเสียเลือดอย่างเรื้อรัง สามารถแบ่งออกได้เป็น 3 กลุ่มใหญ่ๆ(Balducci, 2003;Guralnik, Eisentstaedt, Ferrucci, Klein, & Woodman, 2004; Petrosyan, Blaison, Andres, &Federici, 2012; Shavelle, MacKenzie, & Paculdo, 2012) ได้แก่
     
       1. ขาดสารอาหาร เป็นสาเหตุที่พบได้มากที่สุดในผู้สูงอายุโดยเฉพาะการขาดธาตุเหล็ก โฟเลตและวิตามินบี 12 (Woodman, Ferrucci, & Guralnik, 2005; De Benoist, et al., 2008) ธาตุเหล็กเป็นสารอาหารที่มีความจําเป็นต่อการสังเคราะห์ฮีโมโกลบิน (Hb synthesis) ส่วนโฟเลตและวิตามินบี 12 มีประโยชน์ต่อการสังเคราะห์ดีเอ็นเอ (DNA synthesis) เมื่อร่างกายขาดสารอาหารที่จําเป็นเหล่านี้จะมีผลทําให้เม็ดเลือดแดงมีการเจริญเติบโตผิดปกติและผิดรูปร่างได้ (Palazuolli, Gallotta, Iovine, & Silverberg,2008)สารอาหารประเภทโฟเลต วิตามินบี 12 และวิตามินซียังช่วยในการดูดซึมธาตุเหล็ก ดังนั้น เมื่อขาดสารอาหารดังกล่าวจึงส่งผลให้ระดับความรุนแรงของภาวะซีดจากการขาดธาตุเหล็กเพิ่มขึ้นด้วย ภาวะซีดจากการขาดสารอาหารในผู้สูงอายุยังเกิดจากการทํางานของระบบย่อยอาหารลดลง กล่าวคือ ผู้สูงอายุส่วนใหญ่ต้องใช้ฟันปลอมในการบดเคี้ยวอาหาร มีปัญหาเกี่ยวกับโรคเหงือก ทําให้รับประทานอาหารไม่สะดวกรับประทานอาหารได้น้อยลง อีกทั้งการทํางานของต่อมรับรส การหลั่งเอ็นไซม์ทั้งในกระเพาะอาหารและลําไส้เล็กลดลง การบีบตัวของลําไส้และพื้นที่ในการดูดซึมสารอาหารลดลง รวมถึงระบบการไหลเวียนเลือดในระบบ
ทางเดินอาหาร (splanchnic circulation) ก็ลดลงด้วย(Caruso, & Silliman, 2008) ทําให้อาหารค้างอยู่ในกระเพาะอาหารนานขึ้น กาเปลี่ยนแปลงดังกล่าวส่งผลต่อกระบวนการย่อยและการดูดซึมอาหารของผู้สูงอายุผู้สูงอายุรู้สึกรับประทานอาหารไม่อร่อย ไม่อยากรับประทาน ส่งผลให้รับประทานอาหารไม่เพียงพอ (ภูวดลพลศรีประดิษฐ์, 2547; ณัฐติยา เตียวตระกูล, 2554; Palazuolli, Gallotta, Iovine, & Silverberg, 2008)
 
      2. โรคเรื้อรังหรือการอักเสบเรื้อรัง เชื่อว่าเมื่อมีการติดเชื้อจะทําให้มีการปล่อยไซโตไคน์เข้าไปในกระแสเลือด ทําให้ยับยั้งการดูดซึมธาตุเหล็ก ส่งผลให้ร่างกายเกิดภาวะขาดธาตุเหล็กและทําให้เกิดภาวะซีดตามมาได้นอกจากนั้น สารไซโตไคน์ที่หลั่งมาจากกระบวนการอักเสบจะไปกดการสร้างฮอร์โมนอิริโทรโพอิติน(erythropoietin) และทําให้ช่วงชีวิต (life span) ของฮอร์โมนอิริโทรโพอิตินสั้นลง จึงเป็นสาเหตุให้ผู้ที่มีการติดเชื้อเกิดภาวะซีด นอกจากนี้ในผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังจะมีการสร้างฮอร์โมนอิริโทรโพอิตินลดลง จึงทําให้ผู้สูงอายุที่เป็นโรคไตเรื้อรังเกิดภาวะซีดขึ้นได้ซึ่งโรคไตเรื้อรังในผู้สูงอายุส่วนใหญ่มักเกิดขึ้นตามหลังโรคเรื้อรังอื่นๆ เช่นโรคหลอดเลือดแดงแข็ง (atherosclerosis) โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง (Woodman, Ferrucci, &
Guralnik, 2005).
 
       3. กระบวนการเสื่อมตามอายุ (Aging process) เมื่ออายุมากขึ้นส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงภายในเซลล์ไขกระดูก มีการสร้างเซลล์เม็ดเลือดแดงทดแทนเซลล์เก่าช้าลง ทําให้จํานวนเม็ดเลือดแดงและระดับ Hb ลดลง รวมถึงการทําหน้าที่ของไตลดลงจึงอาจส่งผลให้การสร้างฮอร์โมนอิริโทรโพอิตินลดลง ซึ่งฮอร์โมนชนิดนี้มีผลต่อการสร้างเม็ดเลือดแดง พบว่าอายุที่เพิ่มขึ้นสัมพันธ์กับการสร้างฮอร์โมนอิริโทรโพอิตินที่ลดลง โดยที่ไม่จําเป็นต้องมีโรคไตร่วม (ณัฐติยา เตียวตระกูล, 2554; วิไลวรรณ ทองเจริญ, 2554) จึงทําให้เกิดภาวะซีดตามมาได้
 
       4. ไม่ทราบสาเหตุ พบถึงร้อยละ 34-39 ของผู้ที่มีอายุเท่ากับหรือมากกว่า 65 ปีส่วนใหญ่จะมีลักษณะซีดในระดับเพียงเล็กน้อย ทําให้ไม่ได้รับการวินิจฉัย (Guralnik, Eisentstaedt, Ferrucci, Klein, &Woodman, 2004; Shavelle, MacKenzie, & Paculdo, 2012)
 
อาการและอาการแสดง
 
     ภาวะซีดที่พบในผู้สูงอายุส่วนใหญ่อยู่ในระดับน้อยเท่านั้น จึงมักไม่มีอาการและอาการแสดง อย่างไรก็ตาม ภาวะซีดระดับรุนแรงส่งผลต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด ทําให้เกิดภาวะหัวใจวายเลือดคั่ง จนกระทั่งอาจทําให้เสียชีวิตได้ซึ่งอาการและอาการแสดงนั้นขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง เช่น ระดับความรุนแรงของภาวะซีด ความเร็วในการสูญเสียเลือด ระยะเวลาของการเกิดภาวะซีด อายุอาการและอาการแสดงของโรคร่วมอื่นๆ ตัวกําหนดความรุนแรงของภาวะซีดคือระดับของ Hb ในเลือด
 
การรักษาภาวะซีด
 
      การรักษาผู้ป่วยภาวะซีดที่สําคัญที่สุดคือ การค้นหาสาเหตุและรักษาตามสาเหตุ โดยมีแนวทางการรักษา ดังนี้ (ปราณีทู้ไพเราะและพิจิตรา เล็กดํารงกุล, 2554)
 
 1. การรักษาทั่วไป เป็นการบําบัดอาการของภาวะซีด ในระหว่างการรักษาโรคที่เป็นสาเหตุ เช่น
 - การให้ออกซิเจน ในผู้ป่วยภาวะซีดรุนแรง เพื่อช่วยป้องกันภาวะเนื้อเยื่อขาดออกซิเจน (tissuehypoxia) และช่วยลดการทํางานของหัวใจ
- การให้ยากระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดแดง
 - การให้ธาตุเหล็กทดแทน มักจะให้ในผู้ป่วยที่มีภาวะซีดในระดับน้อย (mild anemia) ซึ่งอาจให้ในรูปแบบยารับประทาน สําหรับผู้ป่วยที่มีภาวะขาดสารอาหาร (malnutrition syndrome) หรือไม่สามารถรับประทานทางปากได้หรือมีการเสียเลือดอย่างเรื้อรัง แพทย์อาจพิจารณาให้ธาตุเหล็กทางหลอดเลือดดํา
- การให้เลือดทดแทน (blood transfusion) เป็นการรักษาที่จําเป็น โดยเฉพาะผู้ป่วยที่มีภาวะซีดจากการเสียเลือดแบบเฉียบพลันจาการผ่าตัดหรืออุบัติเหตุหรือผู้ป่วยที่มีภาวะซีดรุนแรง
 
2. การรักษาเฉพาะ เป็นการรักษาที่สาเหตุโดยเน้นการให้ยาหรือสารอาหารทดแทน เช่น ผู้ที่มีภาวะซีดจากการขาดวิตามินบี 12 หรือโฟเลต จะรักษาโดยให้วิตามินบี 12 ร่วมกับการให้กรดโฟลิกทดแทน ซึ่งจะมีผลช่วยลดความเข้มข้นของสารโฮโมซีสเตอีนในเลือด (serum homocysteine) ซึ่งเป็นสารก่อให้เกิดโรคหัวใจขาดเลือด อีกทั้งกรดโฟลิกยังสามารถลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดได้และยังช่วยป้องกัน
การเกิดโรคหลอดเลือดสมองอีกด้วย (Malouf, & Sastre, 2009; Sabol, et al. 2010) ถ้าภาวะซีดเกิดจากการขาดธาตุเหล็กจะรักษาโดยการให้ธาตุเหล็กทดแทน เป็นต้น
 
3. ป้องกันภาวะแทรกซ้อนหรือผลกระทบที่เกิดจากภาวะซีด ที่พบมากในผู้สูงอายุได้แก่ ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด ภาวะหัวใจวายเลือดคั่ง รวมถึงภาวะหกล้ม กระดูกหัก
 
การพยาบาลผู้สูงอายุที่มีภาวะซีด
 
          ผู้สูงอายุที่ไม่แสดงอาการ ผู้สูงอายุถึงแม้จะมีภาวะซีด แต่ส่วนใหญ่จะไม่มีอาการแสดง เนื่องจาก ภาวะซีดอยู่ระดับน้อย ดังนั้น พยาบาลต้องตระหนักอยู่เสมอว่า “ผู้สูงอายุทุกรายมีภาวะซีด” ดังนั้นการ พยาบาลที่สําคัญจึงมุ่งเน้นการป้องกันการเกิดโรคอื่นๆ จากภาวะซีด โดยการค้นหาผู้สูงอายุที่มีภาวะซีด การให้ ความรู้คําแนะนําเพื่อป้องกันผลกระทบและลดอุบัติการณ์ของการเกิดภาวะซีด รวมถึงการส่งเสริมให้ผู้สูงอายุ สามารถดําเนินชีวิตได้อย่างปกติสุข 

ด้วยความปรารถนาดี  พีที เนอร์สซิ่งโฮม  ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุเชียงใหม่  สันป่าตอง


News Search

PT-nursinghome

สถานบริบาลดูแลผู้สูงอายุ มุ่งมั่นให้บริการและดูแลคนที่ท่านรัก ดุจญาติมิตรของเราเอง ด้วยประสบการณ์การทำงานและการบริการมากว่า 3 ปี พร้อมด้วยทีมงานแพทย์ พยาบาล ผู้ช่วยพยาบาล และผู้บริหารมืออาชีพ ท่านมั่นใจได้ว่า คนที่ท่านรัก จะไม่ถูกทอดทิ้งอย่างแน่นอน