การฝึกไอ หลังผ่าตัดอย่างไร เพื่อให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด


การฝึกไอ หลังผ่าตัดอย่างไร เพื่อให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด

การฝึกไอ หลังผ่าตัดอย่างไร เพื่อให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด  

การไอ ประกอบด้วย 

1. แรงดันในทรวงอกต้องสูงพอ  กล้ามเนื้อหายใจออกต้องมีกำลังดี

2. ความเร็วสูงสุดของลมหายใจออก ต้องดี ซึ่งขึ้นอยู่กับสมรรถภาพของกล้ามเนื้อหายใจออก  และหลอดลมต้องไม่ตีบผิดปกติ

3. ต้องหายใจเข้าให้ลึกพอ การไอขนาดที่ปอดขยายตัวมากจะขับเสมหะออกจากหลอดลมใหญ่  ซึ่งจะดีกว่าการไอขณะที่ปอดขยายตัวน้อย  เพราะเสมหะจะถูกกักอยู่บริเวณหลอดลมเล็กขับออกได้ไม่ดี 

4. กล่องเสียงปิด ซึ่งจะช่วยให้แรงดันในทรวงอกสูง  แต่อาจไม่เป็นเรื่องที่สำคัญนัก เนื่องจากผู้ป่วยที่ใส่ท่อช่วยหายใจบางคน  สามารถไอได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

การไอ หลังผ่าตัด ที่ถูกต้อง 

1. จัดท่าให้นอนหัวสูง (Fowler's position) หรือนั่งบนเก้าอี้ กอดหมอนหรือผ้าห่มไว้บริเวณหน้าท้อง หรือพยุงบริเวณที่มีแผล ก้มหน้าให้ไหล่โค้งเล็กน้อย เพื่อให้ไอเอาเสมหะออกมาได้ง่ายขึ้น ในกรณีที่ไม่มีหมอนอาจใช้ฝ่ามือทั้งสองข้างกดเบาๆ ด้านข้างของแผลเพื่อลดปวดและป้องกันแผลแยก (กรณีของคนที่มีแผลที่ท้อง) 
 
2. หายใจเข้าออกลึกๆช้าๆ 2-3 ครั้ง จากนั้นหายใจเข้าลึกๆ และกลั้นหายใจไว้ประมาณ 1-2 วินาที จากนั้นให้ไอออกมาแรงๆ โดยใช้แรงดันจากช่องท้องร่วมกับกล้ามเนื้อช่วยหายใจอื่นๆ เนื่องจากการใช้แรงดันจากช่องท้องจะทำให้เกิดแรงดันมาก เสมหะจะหลุดออกมาได้ง่ายขึ้น กรณีไม่มีเสมหะ ก็ต้องฝึกไอหลังผ่าตัด เพื่อหวังผลให้หน้าอกมีการสั่นสะเทือน ส่งผลให้เสมหะที่อยู่ในถุงลมปอดหลุดออกมา และดูดซึมได้ง่ายขึ้น 
 
3. ทำซ้ำเพื่อให้เสมหะหลุดออกมา และกระตุ้นให้เกิดการไอบ่อยๆ เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจจะเกิดตามมา เช่นภาวะอักเสบ, ปอดแฟบ  ด้วยความหวังดี จาก พีที เนอร์สซิ่งโฮม  ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ เชียงใหม่  สันป่าตอง 
 
 

News Search

PT-nursinghome

สถานบริบาลดูแลผู้สูงอายุ มุ่งมั่นให้บริการและดูแลคนที่ท่านรัก ดุจญาติมิตรของเราเอง ด้วยประสบการณ์การทำงานและการบริการมากว่า 3 ปี พร้อมด้วยทีมงานแพทย์ พยาบาล ผู้ช่วยพยาบาล และผู้บริหารมืออาชีพ ท่านมั่นใจได้ว่า คนที่ท่านรัก จะไม่ถูกทอดทิ้งอย่างแน่นอน