การดูแลการขับถ่ายในผู้ป่วย


การดูแลการขับถ่ายในผู้ป่วย
ดูแลการปัสสาวะและอุจจาระ
   ผู้ป่วยอัมพาตบางคนที่กลั้นปัสสาวะไม่ได้ หรือไม่สามารถขับถ่ายปัสสาวะได้ การดูแลผู้ป่วยประเภทนี้อาจใช้วิธีขมิบฝีเย็บ การสวมปลอกปัสสาวะ การสวนปัสสาวะทิ้งด้วยตนเองให้เป็นเวลา ส่วนผู้ป่วยอัมพาตครึ่งซีกในระยะหลังมักสามารถควบคุมการขับถ่ายปัสสาวะได้เอง
ปัสสาวะมีวันละ ๑.๕ ลิตร ถึง ๒ ลิตร โดยปัสสาวะ ๔ – ๖ ครั้งต่อวัน ครั้งละ ๒๕๐ – ๔๐๐ ลบ.ซม. และเพื่อให้การปัสสาวะเป็นไปด้วยดี ปริมาณน้ำดื่มควรอยู่ที่วันละ ๒ ลิตร เพื่อระบายสิ่งที่ตกค้าง และทำให้ปัสสาวะใสขึ้น หลีกเลี่ยงการดื่มน้ำก่อนเข้านอน
 
การดูแลเมื่อปัสสาวะเล็ด ปัสสาวะราด
๑. จัดให้มีกระบอกปัสสาวะ หรือหม้อนอน (bed pan) ไว้ใกล้เคียง หากผู้ป่วยหญิงช่วยเหลือตนเองไม่ได้ ให้สอดหม้อนอน โดยจับผู้ป่วยนอนตะแคง เอาหม้อนอนวางประกบสะโพก แล้วพลิกผู้ป่วยกลับมาให้สะโพกอยู่บนหม้อนอน หากผู้ป่วยยกสะโพกตนเองได้ ให้ชันเข่า แล้วผู้ดูแลสอดหม้อนอนเข้าไปใต้สะโพก แล้วให้ผู้ป่วยหย่อนสะโพกลงขยับให้เข้าที่แล้วให้ผู้ป่วยได้ทำธุระเพียงลำพัง
๒. ควรมีผ้าม่านกลั้นไว้ให้ผู้ป่วยได้ทำกิจวัตรส่วนตัว ผู้ดูแลออกจากม่านคอยฟังเสียงเรียกเมื่อผู้ป่วยปัสสาวะ-อุจจาระเสร็จ
๓. วางผ้ายางปูกันหากเปียกเลอะที่นอนซึ่งความเปียกชื้นจะทำให้มีผื่นคัน ผิวหนังชื้นแฉะ เปื่อย อาจเป็นแผลหรือเป็นเชื้อราได้
๔. ใช้ถุงยางอนามัยในผู้ป่วยชาย ไม่ควรใส่ไว้ตลอด ๒๔ชั่วโมง ควรมีระยะพักบ้าง หมั่นทำความสะอาดทุกครั้งที่เปลี่ยนถุงยางอนามัย วิธีการใส่คือ สวมถุงยาอนามัยด้านปลายตรงที่เป็นกระเปาะเข้ากับสายท่อต่อ ให้ลึก ๑/๒ นิ้ว ใช้พลาสเตอร์พันรอบถุงยางอนามัยกับสายท่อต่อให้แน่น จากนั้นตัดปลายกรเปาะถุงยางอนามัยให้หุ้มคลุมทับปลายข้างที่ทำเป็นรูเปิดอีกครั้ง ค่อย ๆ คลี่ถุงยางไปหุ้มองคชาต
๕. ใส่ผ้าอ้อม ในกรณีควบคุมการขับถ่ายไม่ได้ เลือกขนาดให้พอเหมาะกับผู้ป่วย เปลี่ยนทุกครั้งที่ปัสสาวะ และทำความสะอาดบริเวณอวัยวะขับถ่าย เช็ดให้แห้งเสมอ
๖. ฝึกให้ผู้ป่วยถ่ายปัสสาวะตามเวลา เช่น ทุก ๒ ชั่วโมง ต่อมาขยายเวลาเป็นทุก ๓ – ๔ ชั่วโมง เป็นต้น
๗. ต้องหมั่นรักษาความสะอาดบริเวณอวัยวะขับถ่ายอยู่เสมอ เพื่อป้องกันการติดเชื้อ
๘. ฝึกขมิบฝีเย็บ โดยการเกร็งกล้ามเนื้อหน้าท้องและรวบทวารหนัก ๑ – ๔ ครั้ง แล้วคลายออก ทำซ้ำประมาณ ๑๐ – ๒๐ ครั้ง วันละหลาย ๆ ครั้ง เพื่อช่วยให้กล้ามเนื้อแข็งแรง
 
การใส่สายสวนปัสสาวะ
๑. คอยดูแลสายปัสสาวะไม่ให้อุดตันหรือหักงอ เพื่อให้ปัสสาวะไหลได้สะดวก ติดเทปตรึงสายปัสสาวะ
๒. เก็บถุงปัสสาวะให้ต่ำกว่ากระเพาะปัสสาวะ เพื่อป้องกันการไหลย้อนกลับ หากจำเป็นต้องยกถุงสูงกว่าปกติ ควรหักสายพับเสียก่อน เพื่อป้องกันการไหลย้อนกลับ
๓. เปลี่ยนสายสวนปัสสาวะทุกเดือน หรือทุกครั้งที่มีปัญหาการปัสสาวะ และเปลี่ยนถุงรองปัสสาวะทุก ๓ วัน
๔. ล้างเช็ดช่องปัสสาวะและบริเวณโดยรอบให้สะอาดอยู่เสมอ
๕. สังเกตลักษณะของปัสสาวะ ดูสี ความขุ่น-ใส ซึ่งบ่งบอกถึงความผิดปกติของทางเดินปัสสาวะ
อาการของกระเพาะปัสสาวะอักเสบ
คือ ปัสสาวะบ่อย ปวดแสบระหว่างถ่าย ปวดแสบมากที่สุดหลังถ่ายปัสสาวะ บางรายอาจมีเลือดหรือหรองปนออกมากับปัสสาวะในบางครั้ง ปัสสาวะขุ่นข้น หรือมีสีคล้ำ มีกลิ่นเหม็นผิดปกติ ร่วมกับมีไข้สูงหนาวสั่น เจ็บเอวมาก อาจมีอาการคลื่นไส้ อาเจียนร่วมด้วย แต่หากมีเลือดปนออกมาโดยตลอด อาจเป็นโรคไตรั่ว หรือมะเร็งระบบทางเดินปัสสาวะก็ได้ และหากมีเลือดออกมา และมีปวดเอวด้วย อาจเป็นนิ่วอุดท่อทางเดินปัสสาวะหรือมีการติดเชื้อก็ได้
 
ท่ากายบริหารสำหรับควบคุมการขับถ่ายปัสสาวะและอุจจาระ ขณะที่มีสายปัสสาวะคาไว้อยู่ ทำได้ดังนี้
 
ท่าที่ ๑ นอนหงาย ตั้งเข่าทั้ง ๒ ข้าง มือทั้ง ๒ ข้าง สอดไว้ใต้สะโพกเกร็งกล้ามเนื้อท้อง เพื่อยกขาทั้ง ๒ ข้างลอยพ้นพื้น ให้เข่า ๒ ข้าง งอเข้าหาหน้าอก ยกค้างไว้ นับ ๑ – ๕ แล้ววางลงพื้น ทำ ๑๐ ครั้ง
 
ท่าที่ ๒ นอนหงาย ตั้งเข่าทั้ง ๒ ข้าง มือทั้ง ๒ ข้างสอดไว้ใต้สะโพกแล้วเหยียดเข่าตรงให้ขาลอยพ้นพื้น เกร็งไว้ นับ ๑ – ๕ แล้วงอเข่าวางเท้าลงพื้น ทำ ๑๐ ครั้ง
 
ท่าที่ ๓ นอนหงาย ตัวเหยียดตรง ให้แบะขาและหันส้นเท้าเข้าหากันเข่างอเล็กน้อย มือ ๒ ข้างวางข้างตัว เกร็งแก้มก้นให้แข็ง พยายามยกสะโพกขึ้นจากพื้น นับ ๑ – ๕ แล้วคลาย ทำ ๑๐ ครั้ง ข้อแนะนำ ช่วงฝึกบริหารเพื่อควบคุมการขับถ่าย   พีทีเนอร์สซิ่งโฮม  เชียงใหม่ สันป่าตอง

News Search

PT-nursinghome

สถานบริบาลดูแลผู้สูงอายุ มุ่งมั่นให้บริการและดูแลคนที่ท่านรัก ดุจญาติมิตรของเราเอง ด้วยประสบการณ์การทำงานและการบริการมากว่า 3 ปี พร้อมด้วยทีมงานแพทย์ พยาบาล ผู้ช่วยพยาบาล และผู้บริหารมืออาชีพ ท่านมั่นใจได้ว่า คนที่ท่านรัก จะไม่ถูกทอดทิ้งอย่างแน่นอน